คือ คือ กลัว blog ตัวเองจนไม่กล้ามาอัพ !!!
หุ หุ
ปล่าว ๆ
จะอัพละครับพึ่งไปเข้าค่ายมา
อันนี้ก็โหด มันส์ ฮา ดีจังเลย
กำลังเขียนอยู่นะฮะรอแป๊บ ๆ
ว่าแต่ขอตัวก่อน อยู่นานมันสยอง
หึ หึ
ล้อเล่นน่ะ
เซ็งที่บาซ่าตกรอบยูฟ่าแชมเปียนลีกตะหาก
เด๋วมา

ก็รู้ ๆ กั้นอยู่ ช่วงนี้ปิดเทอม ควรจาเที่ยวเล่นซะให้เต็มอิ่มก่อนที่จะเอาจริง (ถึงไม่เอาจริงก็เบื่อใช้ได้กับการเรียนพิเศษแบบสุดโหด) แต่โปรเจคในครั้งนี้ดูแผลง ๆ และก็แฝงไปด้วยอั้นตรายอยู่ไม่น้อย

ไอ้เจ้าต้นคิดมันรวบรวมไพร่พลไว้จำนวนหนึ่งแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาคนมีเหตุมีผลอย่างเราบ้าง (รูป) "ไปหาผีดูกันมั้ยวะ" ฮ่า ๆ พวกมันคงคิดว่ามาชวนคนอย่างเราแล้วก็คงไม่พลาดด้วยประการทั้งปวงกระมัง แต่การไปเที่ยวเล่นอะไรแบบนี้ คิดดีกันแล้วเหรอ ? จริงอยู่ที่ถึงแม้ว่าส่วนตัวจะไม่เชื่อเรื่องผีสาง แต่มันก็เป็นว่าคงสนุกสนาน ผจญภัยอย่างสุดยอด ตื่นเต้นแบบคอต ๆ แถมในกลุ่มยังมีคนปอด ๆ ให้ได้หัวเราะมันอยู่หลายตอนเป็นแน่

จริง ๆ แล้วถ้าคิดดูให้ดี ๆ ตัวอย่างก็มีให้เห็นไม่น้อยที่ไปแบบนี้แล้วเจอดีกลับมา ไม่ว่าจะด้วยสิ่งเร้นลับ หรือด้วยพวกเดียวกันเอง (มิจฉาชีพ) อีกอย่าง ไอ้เจ้าบ้านร้างหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง และมีประวัติอันสะพรึงนี้ หัวหน้าครอบครัว เจ้าของบ้านนั้น ได้พาลูกเมียหนีสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้มาจากระยอง ลือกันว่าถูกจองล้างด้วยอำนาจมนต์ดำของฝ่ายอริ เลยย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่เชียงใหม่ ทั้งครอบครัวมีนิสัยชอบเก็บตัวและไม่สุงสิงกับใคร แต่หลังจากย้ายมาได้ไม่กี่ปีก็เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ตายกันทั้งครอบครัว ในระหว่างที่กำลังขับออกจากบ้าน และเป็นทางลงเขา หลังจากนั้นมาบ้านก็ถูกทิ้งร้างและเป็นที่เล่าขานกันสืบมา

ในเมื่อมั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่มิบังควรเช่นนี้ มันจึงทำให้ผมคิดได้ ละก็ตอกกลับพวกเพื่อนที่มันมาชวนว่า "คืนนี้ไม่เหมาะ ต้องเป็นคืนพรุ่งนี้ เพราะเป็นวันพระพอดี" เอ่อ...ก็เพราะมันอันตรายไง เราถึงต้องไปด้วย เพื่อจะได้ดูแลพวกมัน เผื่อว่าจะเกิดไรขึ้น (รูป)
.
และเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นและลี้ลับในคืนวั้นเสาร์ที่ผ่านมาก็มีดังต่อไปนี้
พวกเราไปกัน(แค่) 4 คน ผู้ชายล้วน เพราะเราไม่ให้ผู้หญิงไป(เกะกะ)หรอก เห็นมั้ยว่าเราไปเพราะเป็นห่วงเพื่อนจริง ๆ (รูป)
เรารอจนได้โอกาสเหมาะตะวันตกดินแต่ก็พอมีแสงรำไรให้มีเวลาไปพิสจน์กัน และก็ด้วยเวลานี้เราจึงไม่มีใครพกไฟฉายไป เพราะกะจะไปแป๊บเดียว เดินเที่ยวทั่วบ้านแล้วก็กลับ ก็คงไม่ทันจะมืด แต่เราก็คิดผิดถนัด !!!

หญ้าที่ขึ้นรกสูง หลังจากพวกเราเดินผ่านไปมันก็เป็นรอยทางเหยียบ แต่ก็ค่อย ๆ ยกกลับมาปิดทางเหมือนเดิม เราสังเกตเห็นได้เพราะเดินรั้งท้ายอยู่ และหันไปดูด้านหลังบ่อย ๆ ภายในตัวบ้านก็ไม่มีอะไรมากนะ เหมือนบ้านทั่วๆไป แต่ที่น่าสงสัยก็คือก้นบุหรี่กับขวดหลายใบ วางอยู่รอบ ๆ กองขี้เถ้า เห็นอยู่หลายกองนะ เราว่าคงมีใครเข้ามาบ่อย อาจเป็นชาวไร่บริเวณใกล้เคียงที่เข้ามาพักชั่วคราว หรือไม่ก็อาจเป็นพวกพี้ยา เราก็คิดไปเรื่อยเปื่อย

ตัวบ้านมีสองชั้น ซึ่งตอนนี้เราก็เดินขึ้นชั้นสองแล้ว เราดูกันทั่วทุกห้องไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำห้องนอน ห้องครัว มีแก้วจานชามแตกอยู่หลายใบนะ เป็นข้าวของเครื่องใช้บางชิ้นที่ไม่ได้ถูกขโมยไป แม้แต่ฝักบัวยังถูกถอดออกไปเลย เท่าที่เดิน ๆ กันมาได้ซักพักนึงแล้ว ก็มีตกใจอยู่หลายทีเหมือนกัน แต่ก็ด้วยจากการแกล้งกันเองทั้งนั้น ไม่ใช่เพราะผีหรือสิ่งใด ๆ เลย หัวเราะกันคิก ๆ คัก ๆ แต่มันมีอยู่คนนะ เรารู้สึกได้ว่ามันเครียดมาก เหงื่อนี่เป็นเม็ด ๆ เลย แต่เพราะมันอาจจะร้อนด้วยก็ได้ เรายังรู้สึกเลย

แล้วสิ่งที่เรากลัวที่สุดมันก็โผล่มาให้เห็นจนได้ ไม่คิดว่ามันจะมี เพราะมันก็ร้างมานานหลายปี คงไม่มีอาหารใด ๆ แต่เราลืมนึกไปว่ามันมีพวกเศษอาหารจากคนที่เข้ามาเยี่ยมชมอยู่บ่อย ๆ ตุ๊กแกไงครับ แบบว่าสีออกเผือก ๆ อมชมพู ๆ ดูแล้วก็อาจจะคิดกันว่านักอะดิ่ แต่มันโคตรน่ากลัวเลย เราเห็นลายจุดขาว ๆ ส้ม ๆ มันชัดเจนเลย และติดตาจึงถึงบัดนี้ มันมองเราด้วย ตัวแมร่งโคตรโต จากเดิมเรารั้งท้าย ตอนนี้เรามาอยู่กลาง ๆ ละหละ กลัวมันกระโดดเกาะคอ

เราเห็นว่าตอนนั้นมันเริ่มมืดแล้วนะ แล้วเราก็คิดว่าตรงดาดฟ้าด้านหลังของตัวบ้านนี่ก็คงเป็นที่สุดท้ายที่เราจะสำรวจกัน พวกเราตกลงกันจะกลับ แต่แล้ว !!! ก็มีเพื่อนคนที่ว่าเครียดตะกี้นี้ มันตะโกนแล้วถลามาชนเราพร้อมบอกว่ามันเห็นคนชุดขาวเดินลัดต้นไม้ข้างล่าง เราว่ามันพูดจริง เพราะเรารู้นิสัยมันดี พวกเราที่เหลือก็คงคิดเหมือนกั้น ถึงได้ไม่มีใครกล้าหัวเราะออกมา ตอนนั้นเรากำลังจะเอ่ยปากว่าให้กลับกันได้แล้ว แต่ก็มีอีกคนพูดแทรกขึ้นมาก่อนว่าสิ่งที่เราตามหามันกำลังจะเจอแล้ว แล้วก็ชวนพวกเราลงไปพิสูจน์ข้างล่าง เราไม่เห็นด้วยกับมันเลย จริงอยู่ที่มันออกจะน่าตื่นเต้น แต่เมื่อชั่งใจดูแล้วเราอยากกลับมากกว่า แล้วอีกอย่างอย่าลืมนะว่าพวกเราไม่มีไปฉายกันเลย...

พวกมันไม่รู้เป็นไรกันเดินวนไปเวียนมาอยู่นั่นทั้งที่อยากลงไปพิสูจน์กัน แต่เราอยากกลับเลยเดินนำลงบันไดไป เราใช้ไฟที่มือถือส่องทางเพราะกลัวเหยียบเศษแก้วที่แตก แล้วก็ไอ้เจ้านั่นอีกแล้ว ? มันวิ่งชนเราแล้วก็วิ่งออกประตูไปเลย สองคนที่เหลือมันก็วิ่งกันหมด เราตกใจอะดิ่ ไม่รู้ว่าจะวิ่งทำห๊ะอะไรกันวะ ขณะที่เรากำลังจะออกวิ่งเหมือนกั้น (จริง ๆ แล้วไม่ควรวิ่งนะ ควรเดินอย่างมีสติดแล้วค่อย ๆ ออกมาอย่างระวังจะดีกว่า แต่ตอนนั้นมันคิดไม่ได้อย่างนี้นี่นา) เราตกใจยิ่งกว่า เพราะไอ้คนแรกมันวิ่งออกประตูหลังบ้าน แทนที่จะเป็นหน้าบ้านทางที่เราเข้ามาแต่แรก

เฮ้ย...เราคิดในใจว่ามันถูกบางอย่างดึงตัวไปหรือว่ามันกลัวจนจำผิดทางกันแน่ ? แต่เราก็ต้องไปตามมันกลับมา เราได้ยินเสียงไอ้สองตัวนั่นตะโกนเข้ามาว่าเรากับมันอยู่ไหนกัน เราเลยตะโกนกลับว่าให้มาช่วยกันตามหามันก่อน ถึงตอนนี้แล้วเรารู้สึกเครียดมาก แล้วก็เริ่มกลัวกับสิ่งที่เราไม่เชื่อมาโดยตลอดว่ามี

แต่..ที่เรากลัวมากพอ ๆ กันก็คือ ไอ้นั่นมันวิ่งไปไหน เพราะหลังบ้านมันเป็นเนินป่ารกกว่าทุก ๆ ด้าน เราดูแล้วบรรยากาศตอนนั้นมันมึดมาก ๆ เลย เราไม่นึกว่ามันจะมึดเร็วขนาดนี้ เราสามคนตะโกนเรียก ซักพักมันก็โผล่วิ่งหน้าตั้งออกมาทางเรา เราว่ามันวิ่งออกมาบริเวณเดียวกันที่มันเจอคนชุดขาวนั่นน่ะ.....

มันบอกว่ามันจำทางออกผิดด้าน (แล้วมึงก็วิ่งไม่รอกันเลยเนี่ยะนะ ฟรายแมน... ปล่อยกูยืนอยู่ในบ้านคนเดียวโด่เด่) เป็นความคิดของอีกคนทีบอก คอ่ย ๆ รวมกลุ่มกันแล้วค่อย ๆ เดินออกมา (แหม !! ทีงี้พึ่งจะคิดได้นะสาดดดด)

และแล้วเราก็ถึงรถอย่างปลอดภัย หึ ๆ ตอนเดินลัดพงหญ้ามาก่อนจะถึงตัวรถนั้น เราไม่อยากบอกเลยว่าเราได้เหยียบอะไรหยุ่น ๆ ไปทีนึง ด้วยัญชาตญาณตอนนั้นเราเด้งมาอยู่หน้ากลุ่มเลย ดีนะที่บอกพวกมันว่า "กูล้อเล่น" ไม่งั้นมันอาจจะแตกตื่นกันอีกก็ได้ แต่เราก็เดินกันเร็วขึ้นหละ เหอ ๆ

พอถึงรถ ในรถมันมีไฟใช่เป่า เราก็เห็นว่าไอ้นั่นมันถูกหนามเกี่ยวเพียบเลย เลือดนี่สะแหยะยิ้มเป็นริ้ว ๆ ยังกะโดนใครข่วนมา (เหอ ๆ ไม่ใช่หรอก เรามั่นใจว่าหนามชัวร์ พูดให้กลัวไปงั้นแหละ) แต่ที่แปลกใจกว่าก็คือ รอยเลือดอะไรมันไปติดอยู่บนหน้าของมัน (ไอ้เจ้าคนที่บอกให้ลงไปพิสูจน์นั่นแหละ) แต่เราก็สรุปกันว่าคงเป็นเลือดของไอ้เจ้าคนถูกหนามเกี่ยว เพราะช่วงฉุกละหุกน่ะไม่รู้ว่าใครกอดใครมั่ง ก็คงจะไปแหมะโดนเข้ากระมัง แต่ก็อีกนั่นแหละ เลือดจากแผลหนามเกี่ยวมันแค่ซิบ ๆ ที่พวกเราเห็นบนหนาน่ะมันเป็นปื้น ๆ เลยนะ เหอ ๆ ทีนี้จะอยากไปกันอีกมั้ยล่ะ.....ไป...!!! (แต่กรูจะไม่ไปกะพวกเมิงอีกเด็ดขาด)






edit @ 2007/03/02 16:09:44
edit @ 2007/03/09 10:22:58
มันสยอง ....



